หัวอกแม่! นาทีแม่หมาดำน้ำลงไปช่วยลูก กลุ่มคนใจหล่อคอยช่วยอีกแรง

แชร์

   นับเป็นอีกหนึ่งคลิปที่บ่งบอกถึงความรักของแม่สุนัขที่มีต่อลูกได้เป็นอย่างดี กลับคลิปวีดีโอที่โลกออนไลน์ได้แชร์มาจากสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งใช้ชื่อว่า Somyod Salai‎ โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งใต้พื้นร้านอาหารดังกล่าว มีสุนัขแม่ลูกอ่อน 2 ตัว ที่ออกลูกมาตัวละคอกอาศัยอยู่  

   ซึ่งจากการที่ฝนได้เทกระหน่ำลงมา ก็ทำให้น้ำได้ไหล่บ่าจนท่วมพื้นที่ใต้ร้านอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งแม่สุนัขและลูกๆต้องจมน้ำ พร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งในขณะที่เจ้าของโพสต์และเพื่อนๆกำลังช่วยกันงัดพื้นร้านที่เป็นไม้อยู่นั้น ก็มีแม่สุนัข 1 ตัวที่ขึ้นมาอยู่ด้านบน ได้ยินเสียงลูกมันร้อง จึงมุดพื้นร้าน ดำนำลงไปคาบลูกของมันขึ้นมาทีละตัว จากเหตุการณ์ดังกล่าวผู้โพสต์และเพื่อนรวทั้งแม่สุนัข ได้ช่วยเหลือสุนัขออกมาได้ทั้งหมด 19 ตัว ตายไป 1 ตัว 

   โดยผู้โพสต์ระบุข้อความทั้งหมดดังนี้ “ฉุกละหุกมากๆ!! ฝนตกหนักมากที่เชียงใหม่ หมา2คอกออกลูกไว้ที่ใต้ถุนร้าน ทุกคนช่วยกันเอาน้องๆออกมาอย่างทุลักทุเลต้องงัดฝาไม้ แม่หมา2ตัวมีตัวเดียวที่ช่วยเข้าไปเอาลูกไปคาบออกมาแม่หมาอีกตัวกลัวและตัวสั่น ถ้าพวกผมเลิกร้านแล้วกลับกันไวกว่านี้ น้องอาจจะไม่รอดเลยซักตัวน่าจะจมน้ำตาย หรือถ้าใต้ถุนเป็นปูนแล้วมีแค่รูพอแม่หมารอดเข้าไปหาลูกได้ คงงานเข้ากันแน่ แม่หมาก็คงต้องร้องด้วยความเจ็บปวด สรุปรอด19ตาย1 ปั้มช่วยกันไม่ไหวจริงๆ”

 พร้อมทั้งยังได้ระบุข้อความตอกกลับใต้โพสต์ดังกล่าวอีกว่า “น้องสบายดีทุกตัวที่รอด19ตัวครับ เพราะที่น้องอยู่มันเป็นโครงการของเขา น้องเดินป้วนเปี้ยนกันอยู่แถวนี้ ตกค้ำก็จะมาเดินตามโต๊ะนั้งมองขอของกิน น้องไม่วุ่นวายกับลูกค้าไม่คุ้ยถังขยะของแต่ละโต๊ะนะ คงต้องกินเพื่อให้ตัวเองมีน้ำนมไปหั้ยลูกอีกที เพราะน้องเดินไปมาระหว่าง2ร้าน ทางร้านรักน้องทั้ง2ร้านครับ ยังไงก็ไม่ทิ้งน้องๆแน้นอน ไว้มัโอกาสจะอับเดปรูกเด็กๆที่รอดมาให้ดูนะครับ ขอบคุณทุกเม้นกำลังใจครับ ขอบคุณแทนคนที่อยู่ในคลิปทุกคนด้วยครับ^^”

ซึ่งหลังจากคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปบนโลกออนไลน์ เหล่าชาวเน็ตก็ได้เข้ามาแสดงความชื่นชมในความมีน้ำใจของเจ้าของโพสต์และเพื่อนๆ ที่ได้ช่วยกันช่วยเหลือลูกสนัขเคราะห์ที่จมน้ำดังกล่าวออกมาได้ กันเป็นจำนวนมาก

ความคิดเห็นชาวเน็ต

ชมคลิป 

ข้อมูลและภาพจาก : Somyod Salai‎